นักลงทุนสัมพันธ์

คณะกรรมการบริษัท

คณะกรรมการบริษัท ประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิ 8 ท่าน ดังนี้

ลำดับ ชื่อ - นามสกุล ตำแหน่ง
1. นายชายน้อย เผื่อนโกสุม ประธานกรรมการ กรรมการอิสระ กรรมการตรวจสอบ ประธานกรรมการกำหนดค่าตอบแทน และประธานกรรมการกำกับดูแลกิจการที่ดี
2. นายชัชวาลย์ เจียรวนนท์ กรรมการอิสระ กรรมการตรวจสอบ กรรมการกำหนดค่าตอบแทน และประธานกรรมการสรรหา
3. ร.ศ.ธิติพันธุ์ เชื้อบุญชัย กรรมการอิสระ ประธานกรรมการตรวจสอบ กรรมการบริหารความเสี่ยง และกรรมการกำกับดูแลกิจการที่ดี
4. นายชาลี โสภณพนิช กรรมการผู้มีอำนาจลงนาม
5. นายโชติพัฒน์ พีชานนท์ กรรมการผู้มีอำนาจลงนาม กรรมการสรรหา และประธานกรรมการบริหารความเสี่ยง
6. นายชาย วินิชบุตร กรรมการผู้มีอำนาจลงนาม และกรรมการบริหาร
7. นายปณต สิริวัฒนภักดี กรรมการผู้มีอำนาจลงนาม ประธานกรรมการบริหาร กรรมการกำหนดค่าตอบแทน และกรรมการบริหารความเสี่ยง
8. นายอุเทน โลหชิตพิทักษ์ กรรมการผู้มีอำนาจลงนาม กรรมการบริหาร กรรมการบริหารความเสี่ยง และกรรมการกำกับดูแลกิจการที่ดี

หมายเหตุ : ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัท มิได้เป็นบุคคลเดียวกันและมีการแบ่งแยกหน้าที่ความรับผิดชอบระหว่างคณะกรรมการและฝ่ายจัดการอย่างชัดเจน โดยประธานกรรมการทำหน้าที่บริหารคณะกรรมการซึ่งสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้โดยอิสระภายใต้บทบาท หน้าที่ความรับผิดชอบที่กำหนด และคณะกรรมการมีหน้าที่กำกับดูแลการบริหารงานของฝ่ายจัดการ ส่วนประธานเจ้าหน้าที่บริหารเป็นหัวหน้าฝ่ายจัดการซึ่งทำหน้าที่บริหารจัดการให้เป็นไปตามนโยบายและเป้าหมาย ตามวัตถุประสงค์ของบริษัท


บทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบของคณะกรรมการบริษัท

  1. ปฏิบัติหน้าที่เพื่อประโยชน์ที่ดีที่สุดแก่บริษัทและผู้ถือหุ้น (Fiduciary Duty) โดยยึดถือแนวปฏิบัติสำคัญ 4 ประการคือ
    • การปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบ ระมัดระวังและรอบคอบ (Duty of Care)
    • การปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต (Duty of Loyalty)
    • การปฏิบัติตามกฎหมาย วัตถุประสงค์ ข้อบังคับของบริษัท มติคณะกรรมการบริษัท และมติที่ประชุมผู้ถือหุ้น (Duty of Obedience)
    • การเปิดเผยข้อมูลต่อผู้ถือหุ้นอย่างถูกต้อง ครบถ้วน โปร่งใส ตรวจสอบได้ และทันเวลา (Duty of Disclosure)
  2. จัดให้มีการประชุมผู้ถือหุ้นเป็นการประชุมสามัญประจำปีภายใน 4 เดือนนับแต่วันสิ้นสุดรอบระยะเวลาบัญชีของบริษัท โดยควรจัดส่งหนังสือนัดประชุมผู้ถือหุ้น รวมทั้งวาระการประชุมและเอกสารประกอบการพิจารณาเป็นการล่วงหน้าด้วยระยะเวลาพอสมควร และต้องไม่น้อยไปกว่าระยะเวลาที่กำหนดตามกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง
  3. จัดให้มีการประชุมคณะกรรมการบริษัทอย่างน้อย 3 เดือนต่อครั้ง
  4. ดำเนินการให้บริษัทมีระบบบัญชี การรายงานทางการเงิน การสอบบัญชี การควบคุมภายใน และการตรวจสอบภายใน และการบริหารความเสี่ยงที่มีประสิทธิผล และเชื่อถือได้
  5. จัดให้มีการทำงบการเงิน ณ วันสิ้นสุดรอบระยะเวลาบัญชีของบริษัทให้มีความถูกต้อง เพื่อแสดงฐานะการเงินและผลการดำเนินงานในรอบปีที่ผ่านมาได้ตรงต่อความเป็นจริง ครบถ้วน และถูกต้อง เป็นไปตามมาตรฐานการบัญชีที่รับรองโดยทั่วไป และตรวจสอบโดยผู้สอบบัญชีของบริษัท ก่อนที่จะนำเสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาและอนุมัติ
  6. กำหนดวิสัยทัศน์ ทิศทาง และกลยุทธ์ของบริษัท ตลอดจนนโยบาย แผนงานการดำเนินธุรกิจ และงบประมาณของบริษัท ควบคุมกำกับดูแล (Monitoring and Supervision) การบริหารและการจัดการของฝ่ายบริหารให้เป็นไปตามนโยบาย แผนงาน และงบประมาณที่กำหนดไว้อย่างมีประสิทธิภาพ และประสิทธิผล
  7. พิจารณาอนุมัติการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลของบริษัท (ถ้ามี)
  8. ดำเนินการให้บริษัทมีระบบ หรือกระบวนการในการบริหารจัดการความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพและครอบคลุม รวมทั้งมีการติดตามและทบทวนการบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้มั่นใจว่าฝ่ายบริหารจะสามารถนำวิสัยทัศน์ ทิศทาง และกลยุทธ์ที่กำหนดขึ้นไปปฏิบัติให้เกิดผลได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  9. ดูแลให้บริษัท และบริษัทย่อยปฎิบัติตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน ข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์ อาทิ การทำรายการที่เกี่ยวโยงกัน และการได้มาหรือจำหน่ายไปซึ่งทรัพย์สินที่สำคัญ หรือกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของบริษัท
  10. พิจารณาทบทวน ตรวจสอบ และอนุมัติแผนการขยายธุรกิจ โครงการลงทุนขนาดใหญ่ ตลอดจนการเข้าร่วมลงทุนกับผู้ประกอบการรายอื่น ๆ ที่เสนอโดยฝ่ายจัดการ
  11. พิจารณาและมีมติอนุมัติการแต่งตั้ง เปลี่ยนแปลง บุคคลเข้าเป็นกรรมการ และ/หรือผู้บริหารในบริษัทย่อย/บริษัทร่วม ตามสัดส่วนการถือหุ้น รวมถึงกำหนดใช้นโยบายการควบคุมและกลไกการกำกับดูแลกิจการที่บริษัทเข้าไปลงทุนในบริษัทย่อย/บริษัทร่วม เพื่อแสดงว่าบริษัทมีกลไกการกำกับดูแลบริษัทย่อย/บริษัทร่วมตามที่กำหนดในประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน
  12. พิจารณากำหนดโครงสร้างการบริหารงาน มีอำนาจในการแต่งตั้งคณะกรรมการบริหาร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และคณะอนุกรรมการอื่นตามความเหมาะสม เช่น คณะกรรมการตรวจสอบ คณะกรรมการสรรหา คณะกรรมการกำหนดค่าตอบแทน คณะกรรมการกำกับดูแลกิจการ และคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง รวมถึงการกำหนดขอบเขตอำนาจหน้าที่ ตลอดจนค่าตอบแทนของคณะกรรมการชุดย่อยดังกล่าว
    ทั้งนี้ การมอบอำนาจตามขอบเขตอำนาจหน้าที่ที่กำหนดนั้น ต้องไม่มีลักษณะเป็นการมอบอำนาจที่ทำให้คณะกรรมการชุดย่อยดังกล่าวสามารถพิจารณาและอนุมัติรายการที่อาจมีความขัดแย้ง มีส่วนได้ส่วนเสีย หรือความขัดแย้งทางผลประโยชน์อื่นใด (ถ้ามี) เว้นแต่เป็นการอนุมัติรายการธุรกิจปกติ และเป็นไปตามเงื่อนไขการค้าทั่วไป หรือเป็นไปตามนโยบายและหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการพิจารณาและอนุมัติไว้แล้ว โดยอยู่ภายใต้หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการตามที่กำหนดเกี่ยวกับรายการที่เกี่ยวโยงกัน และรายการได้มาหรือจำหน่ายไปซึ่งทรัพย์สินที่สำคัญของบริษัทจดทะเบียน ตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน และ/หรือประกาศอื่นใดของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
    ในกรณีที่คณะกรรมการมอบหมายให้บุคคลใดปฏิบัติการแทนคณะกรรมการในเรื่องใด การมอบหมายดังกล่าวต้องจัดทำเป็นลายลักษณ์อักษร หรือบันทึกเป็นมติคณะกรรมการในรายงานการประชุมคณะกรรมการ และระบุขอบเขตอำนาจหน้าที่ของผู้รับมอบอำนาจไว้อย่างชัดเจน
  13. คณะกรรมการอาจมอบอำนาจให้กรรมการคนหนึ่ง หรือหลายคน หรือบุคคลอื่นใดปฏิบัติการอย่างหนึ่งอย่างใดแทนคณะกรรมการได้ โดยอยู่ภายใต้การควบคุมและกำกับดูแลของคณะกรรมการ หรืออาจมอบอำนาจเพื่อให้บุคคลดังกล่าวมีอำนาจ และภายในระยะเวลาตามที่คณะกรรมการเห็นสมควร ซึ่งคณะกรรมการอาจยกเลิก เพิกถอน เปลี่ยนแปลง หรือแก้ไขการมอบอำนาจดังกล่าวข้างต้นได้เมื่อเห็นสมควร
    ทั้งนี้ การมอบอำนาจนั้นต้องไม่มีลักษณะเป็นการมอบอำนาจที่ทำให้บุคคลดังกล่าวสามารถพิจารณาและอนุมัติรายการที่ตนหรือบุคคลที่อาจมีความขัดแย้ง มีส่วนได้ส่วนเสีย หรือความขัดแย้งทางผลประโยชน์อื่นใด (ถ้ามี) เว้นแต่เป็นการอนุมัติรายการธุรกิจปกติ และเป็นไปตามเงื่อนไขการค้าทั่วไป หรือเป็นไปตามนโยบายและหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการพิจารณาและอนุมัติไว้แล้ว โดยอยู่ภายใต้หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการตามที่กำหนดเกี่ยวกับรายการที่เกี่ยวโยงกัน และรายการได้มาหรือจำหน่ายไปซึ่งทรัพย์สินที่สำคัญของบริษัทจดทะเบียน ตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน และ/หรือประกาศอื่นใดของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
  14. กรรมการและผู้บริหารต้องรายงานให้บริษัททราบถึงการมีส่วนได้เสียของตน หรือของบุคคลที่มีความเกี่ยวข้อง ตาม “แบบรายงานการมีส่วนได้เสียของกรรมการ/ผู้บริหาร” ที่บริษัทกำหนดขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด นอกจากนั้น ยังมีหน้าที่แจ้งให้บริษัททราบถึงความสัมพันธ์ และการทำธุรกรรมกับบริษัท/บริษัทย่อย/บริษัทร่วม ในลักษณะที่อาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ และหลีกเลี่ยงการทำรายการที่อาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์กับบริษัท/บริษัทย่อย/บริษัทร่วม
  15. กรรมการ ผู้บริหาร รวมถึงคู่สมรสและบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะของกรรมการ หรือผู้บริหาร ต้องไม่ใช้ข้อมูลภายในของบริษัท/บริษัทย่อย/บริษัทร่วมซึ่งยังไม่มีการเปิดเผยต่อสาธารณชน ทั้งที่ได้มาจากการกระทำตามหน้าที่หรือในทางอื่นใดที่มีหรืออาจมีผลกระทบเป็นนัยสำคัญต่อบริษัท/บริษัทย่อย/บริษัทร่วม เพื่อประโยชน์ต่อตนเอง หรือผู้อื่น ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม และไม่ว่าจะได้รับผลตอบแทนหรือไม่ก็ตาม ทั้งนี้ หากกรรมการได้รับทราบข้อมูลภายในที่เป็นสาระสำคัญ ซึ่งยังไม่มีการเปิดเผยต่อสาธารณชนอันจะมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงราคาหลักทรัพย์ กรรมการจะต้องไม่เปิดเผยข้อมูลดังกล่าวแก่บุคคลใด ๆ และต้องระงับการซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัทตามระยะเวลาที่กำหนด ก่อนที่ข้อมูลภายในนั้นจะเปิดเผยต่อสาธารณชน
  16. ดำเนินการให้บริษัทมีการจัดทำนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดีและหลักจริยธรรมสำหรับกรรมการและพนักงาน รวมทั้งติดตามให้มีการปฏิบัติและการทบทวนนโยบายดังกล่าวเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ
  17. กำกับดูแลให้บริษัทมีการจัดทำนโยบายและแนวปฏิบัติในการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น มีการนำนโยบายและมาตรการการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นไปปฏิบัติอย่างเคร่งครัด ซึ่งรวมถึงการสื่อสารและเผยแพร่ให้กับพนักงานและคู่ค้าทราบอย่างทั่วถึงด้วย
  18. กำกับดูแลให้บริษัทมีนโยบาย กระบวนการ และช่องทางในการรับและจัดการข้อร้องเรียนที่โปร่งใสและเหมาะสมมีกระบวนการคุ้มครองผู้ร้องเรียนและเก็บข้อมูลทั้งหมดเป็นความลับ
  19. แต่งตั้งเลขานุการบริษัท เพื่อช่วยดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ของคณะกรรมการและบริษัท อันได้แก่ การประชุมกรรมการและผู้ถือหุ้น ตลอดจนการให้คำแนะนำแก่กรรมการ และบริษัทในการปฏิบัติตน และดำเนินกิจการให้ถูกต้องตามกฎหมาย และระเบียบที่เกี่ยวข้องต่าง ๆ อย่างสม่ำเสมอ อีกทั้งดูแลให้กรรมการ และบริษัทมีการเปิดเผยข้อมูลสารสนเทศอย่างถูกต้อง ครบถ้วน โปร่งใส และทันเวลา

บทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบของประธานกรรมการ

  1. ดูแลการบริหารจัดการของฝ่ายบริหาร ให้คำแนะนำ ช่วยเหลือ แต่ต้องไม่มีส่วนร่วม และไม่ก้าวก่ายในการบริหารงานปกติประจำวัน โดยให้เป็นหน้าที่ของผู้บริหารสูงสุด ภายใต้กรอบอำนาจที่ได้รับจากคณะกรรมการ
  2. เป็นประธานอย่างเป็นธรรมในที่ประชุมทั้งในการประชุมคณะกรรมการและการประชุมผู้ถือหุ้น
  3. สนับสนุนและผลักดันให้ผู้เข้าร่วมประชุมใช้สิทธิออกเสียง และปฏิบัติตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีอย่างเคร่งครัด